Hello Hello ~

มีใครในนี้ชอบภาษา และอยากหาค่าขนมเพิ่มมั้ยคะ?

น้อง ๆ คนไหนที่ยังเรียนหนังสืออยู่และอยากฝึกฝนภาษาของตัวเอง

เพื่อน ๆ พี่ ๆ คนไหนที่มั่นใจในสกิลภาษาไทยและภาษาที่สอง ที่สาม หรือที่สี่ ของตัวเอง

หรือใครที่กำลังเบื่อ ชีวิตว่าง ๆ

หรือใครที่อยากหาสตางค์เข้ากระเป๋าบ้าง

เชิญทางนี้เลยค่ะ!

 

Conyac

วันนี้เรามีเว็บไซต์ดี ๆ อยากจะมาแนะนำ สำหรับใครคนไหนที่อยากลองก้าวเข้าสู่วงการนักแปลฟรีแลนซ์แต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน หรือว่าใครที่อยากแปลแต่ยังไม่มั่นใจในฝีมือการแปลของตัวเองเท่าไหร่นัก หรือไม่มีงานเข้ามาสักที ลองมาที่ Conyac ดูสิคะ ที่นี่มีงานแปล (และค่าตอบแทน eieii) รอคุณอยู่ ~

Conyac เป็นบริษัทแปลสัญชาติญี่ปุ่นที่นำเอาวิธีแบบ Crowdsourcing มาใช้ค่ะ ซึ่งก็คือการให้กลุ่มคนขนาดใหญ่มาช่วยกันทำงานแปลนั่นเอง ทำให้เกิดข้อดีสำหรับคนที่ร้องของานแปลในด้านของความรวดเร็วในการแปลเนื่องจากมีนักแปลจำนวนมากที่สามารถแปลงานนั้น ๆ ได้ และนอกจากนี้ยังทำให้ราคางานแปลมีความสมเหตุสมผลค่ะ เพราะทางนักแปลเองก็สามารถเสนอราคาได้ ในขณะที่คนร้องของานแปลก็สามารถตั้งงบประมาณสำหรับงานแปลได้เช่นกัน

ในงานบางโปรเจกต์ ทางเจ้าของงานอาจมีการแบ่งงานให้นักแปลหลายคนช่วยกันทำ นักแปลคนไหนที่ผลงานโดดเด่นอาจได้รับการคัดเลือกให้เป็นหัวหน้า (Leader) ของโปรเจกต์นั้น ๆ และตรวจสอบงานโดยรวมของนักแปลคนอื่นอีกทีค่ะ ฉะนั้นงานที่ออกมาก็จะมีคุณภาพและถูกต้องแม่นยำค่ะ

ทาง Conyac ยังมีช่องทางการสื่อสารให้กับนักแปลสามารถพูดคุยกัน หรือสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับโปรเจกต์ ในรูปแบบคล้าย ๆ กับห้องแชทหรือเว็บบอร์ด ทำให้นักแปลสามารถช่วยเหลือกันได้อีกด้วยค่ะ

ว่าแล้วอย่ารอช้า สมัครเป็นส่วนหนึ่งของทีม Conyac เลย! ที่ https://conyac.cc/en

แล้วเจอกันค่ะ

Advertisements

‘โตเกียวไม่มีขา’ – นิ้วกลม หนังสือในเครือ a book

หนังสือเล่มหนึ่งที่ฉันได้ซื้อมาครอบครองเมื่อหลายปีมาแล้ว

ด้วยเหตุที่ว่ากำลังจะเดินทางไปญี่ปุ่นในเวลาอันใกล้
ประกอบกับความว่างงานมหาศาลจึงเป็นฤกษ์งามที่หนังสือเล่มนั้นได้ถูกขุดจากกองหนังสือยักษ์ใหญ่ที่ยังอ่านไม่จบ(ซะที)
หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับเรื่องราว การท่องเที่ยวของเพื่อนชายผู้สนิทกันสองคน (ไม่เกี่ยวกับเกย์แต่อย่างใด)
ณ โตเกียว ด้วยงบกระจิ๊ดริด

เปล่า.. ไม่ได้จะมารีวิวหนังสือ
มาบันทึกความรู้สึกและความคิดบางอย่างของตัวเองต่างหาก

“ทำงานหนักไปไม่ใช่เรื่องที่ดี แต่งานที่ทำหนักๆ เป็นสิ่งที่ตัวเองรักหรือเปล่า อย่างพ่อก็เหนื่อยที่ต้องทำอาหารทุกวัน และต้องทำให้อร่อยด้วย ต้องทำให้ดีที่สุด แต่มันก็มีความสุขเพราะได้ทำในสิ่งที่เราชอบ”

ถ้าทำงานในสิ่งที่เราไม่ชอบล่ะครับ

“ถ้า ไม่ชอบก็น่าจะลาออก เพราะมันเท่ากับว่าเราทนทำไปแบบไม่เต็มที่ เท่ากับว่าเราไม่ซื่อสัตย์ต่ออาชีพของเรา ไม่ซื่อตรงต่อตัวเอง แล้วยังไม่ซื่อต่อออฟฟิศที่เราทำงานอยู่ด้วย”

“อย่าบ่น ถ้าไม่ชอบก็ลาออก ไม่ใช่มานั่งด่าบริษัท”

จากตอน โอโตซัง (สังคม ปรัชญา สาเก) หน้า 338, โตเกียวไม่มีขา – นิ้วกลม

มันทำให้คำถามที่เคยครุกรุ่นในใจอยู่ช่วงหนึ่ง กระโดดออกมาอีกครั้ง
‘แล้วอะไรคือสิ่งที่ฉันรัก? รักมาก..ขนาดที่จะอยู่กับมันได้ไปอีกนาน’
อยู่บนโลกใบนี้มาเกิน 20 ปีแล้ว
แต่ เฮ้ย! ยังไม่เจอมันเลย

เคยตั้งใจขบคิด ทบทวน คิดแล้วคิดอีก คิดอีกที ถามอีกครั้งแต่คำตอบมันก็ไม่ได้ลอยออกมาตรงหน้า
สุดท้ายก็เหนื่อย แล้วก็เลิกถามตัวเองไปซะดื้อๆ
ครั้งนี้ จะไม่คอยถามตัวเองซ้ำๆแบบนั้นอีก
มันเกือบจะเรียกได้ว่าเปล่าประโยชน์
มีแต่จะทำให้ความเครียดพุ่งขึ้นรวดเร็วยิ่งกว่ารถไฟเหาะ

มีเวลาอีกไม่กี่สิบปีก่อนตาย (หรืออาจน้อยกว่านั้น)
ใช้ชีวิตให้เต็มที่ที่สุด ขณะที่ข้างในก็แอบชิลรอคุณความหวังพาคำตอบนั้นมาให้

ถ้าเจอ: นั่นคงเป็นกำไรของชีวิต คุ้ม! ที่เกิดมา
แต่ถ้าไม่: จะได้เห็นว่าชีวิตที่ใช้ไป คุ้มค่า ไม่แพ้กัน

เมื่อวานไปเดินแถวเยาวราชเป็นเพื่อนคุณแม่สุดที่รักมา

เผอิญเหลือบไปเห็นร้านนึงที่มีคนหลายคนนั่งหน้าขาวอยู่บนเก้าอี้

ด้วยความประหลาดใจก็เลยหยุดดูซะหน่อย

พอยืนๆดูถามๆคุยๆกับเจ้าของร้าน เค้าก็อธิบายว่า..

มันคือการใช้เส้นด้ายถอนขนบนใบหน้า หรือที่เรียกกันว่า Mang-Ming

ออกเสียงเป็นภาษาไทยว่า หมังหมิ่ง มังหมิ่ง หมั่งหมิ่ง หรืออะไรก็แล้วแต่

เป็นสูตรต้นตำรับซูสีไทเฮาจากประเทศจีน ทำแล้วหน้าเนียนเกลี้ยง มีเลือดฝาด

และสรรพคุณอีกมากมายก่ายกองที่สรรหามาบรรยายเพื่อล่อหลอกคุณลูกค้า

ยืนดูไปได้สักพัก แม่ก็บอกว่า..  เคยทำตอนจะแต่งงาน ดีมากเลย

ว่าแล้วแม่ก็เดินเข้าไปในร้าน จัดการบอกกับเจ้าของว่า.. 2 ที่!!

อ่าวเฮ้ย! คุณแม่คะ อยู่ดีๆทำไมบอกสองที? จะทำก็ทำไปคนเดียวสิ!

ถกเถียงกันอยู่แป๊บนึง ก็เลยยอมๆทำเป็นเพื่อนแม่ดู

และแล้วการใช้เส้นด้ายกำจัดขนก็เริ่มขึ้น

ตอนแรกสุด พนักงานก็เอาที่คาดผมและหวีสับมาจัดการเก็บผมเผ้าขึ้นไปให้เรียบร้อย

หลังจากนั้นก็ค่อยๆเอาแป้งก้อนๆ ลักษณะคล้ายกับดินสอพองมาทาจนหน้าขาววอกราวกับนักแสดงงิ้ว

ทีนี้พนักงานก็เริ่มเอาด้ายไปงับไว้ที่ปาก อ่านถูกแล้ว.. ที่ปาก!!

ตอนนั้นสิ่งที่คิดเข้ามาแวบแรกก็คือ.. กลัวว่าฟันของคุณพนักงานจะหลุดกระเด็นมาใส่หน้าของเราระหว่างทำ

พอนึกภาพแล้วก็ไม่อยากทำอะไรต่อ เลยหลับตาปี๋

แต่แล้วตาที่ปิดแน่นสนิทก็ต้องเบิกโพลง!! มันเจ็บมากกกกกกกก

เกือบกรี๊ดลั่นเยาวราชไปแล้ว ถ้าไม่คว้ามือแม่ที่นั่งอยู่ใกล้ๆมาบีบแน่นไว้ราวกับจะคลอดลูกซะก่อน

ตอนแรกไม่คิดว่ามันจะเจ็บฉิ-หายขนาดนี้ เห็นคนอื่นที่ทำอยู่นั่งหน้าตาเบิกบานราวกับไม่รู้สึกอะไร

แต่พระเจ้า!! มันเจ็บ จริงๆนะ  T~T

สิบกว่านาทีผ่านไป..

เสร็จซะที!! รู้สึกดีใจเป็นที่สุด

พอเอากระจกมาส่องหน้าก็รู้สึกว่า…. ทาด๊า ไม่ค่อยรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง  -_-”

หน้าอาจแดงขึ้นนิดหน่อย เนื่องจากโดนทึ้งมาเป็นเวลาสิบกว่านาทีติดกัน

จับแล้วก็รู้สึกเด้งดึ๋งๆขึ้น เพราะขนหายไปแล้ว

ประเด็นอยู่ที่ว่า.. พอคุณขนขึ้นมาใหม่อีกครั้ง มันจะดกดำรึเปล่าเนี่ยสิ!!

อันนี้ก็ต้องลุ้นกันต่อไป ~

 20th-century-boys

เมื่อคืนไปดู 20th Century Boys รอบปฐมทัศน์ที่เมเจอร์รัชโยธินมา

จัดโดยเว็บ kapook.com

ซึ่งมี @iwhale และ @OaddybeinG แสนใจดีเป็นคนคิดโปรแกรมนี้ขึ้น

ขอบคุณนะคะ  ^^   

ดูหนังฟรี! แถมได้เสื้อยืดมาด้วยตัวนึง ประทับใจๆๆ

พอไปถึงงาน.. ชาวทวิตเตอร์เต็มงานไปหมด! ทำให้เกิดอาการตื่นเต้นเล็กน้อย

คิดถูกที่ตัดสินใจมางานนี้จริงๆ  ;D

 

ส่วนตัวแล้วยังไม่เคยอ่านการ์ตูนเรื่องนี้มาก่อน

ตอนแรกเลยเกิดอาการงงๆนิดหน่อยตอนที่ใครๆพูดถึง “เพื่อน”

พอได้ดูแล้วก็เลยเข้าใจซะที  ดีใจๆ 🙂

 

หนังเรื่องนี้ถือได้ว่าเป็นหนังที่ น่าประทับใจมาก เรื่องนึงเลยทีเดียว

ประทับใจ 1: เคนจิ น่ารัก  😉

ประทับใจ 2: เป็นหนังที่ให้อารมณ์หลากหลายสุดๆ ตื่นเต้น(เหมือนหนังผี) ตลก ซึ้ง

ประทับใจ 3: กราฟฟิกและเสียงสุดยอดมากมาก

ประทับใจ 4: บรรยายไทยแอบฮา

 

หลังจากดูหนังจบปุ๊บก็รู้สึกเลยว่าต้องไปหาการ์ตูนมาอ่านบ้างแล้ว

และตอนนี้ก็กำลังรู้สึกว่า..  อยากดูภาคต่อแล้ว!!

ตื่นเต้น ~~~~~~

eieieiei

ใครที่ยังไม่ได้ดูก็ไปดูนะๆๆ สนุกมากมาย แนะนำ  🙂

‘ดีวีดีบันทึกการแสดงสดคอนเสิร์ต เพลงแบบประภาส’

แผ่นคอนเสิร์ตที่โดนทิ้งให้อยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือเป็นเวลานานจนฝุ่นเกาะ

เพราะความขี้เกียจดู ประกอบกับความคิดที่ว่า ‘มันจะเป็นเพลงแนวคนแก่รึเปล่า?’

ทำให้การดูคอนเสิร์ตประภาสถูกผัดมาเรื่อยๆ จนเกือบ 2 เดือนได้

(น่าสงสารคุณเจ้าของคนที่ให้เรายืมแผ่นเนอะ)

เอาเป็นว่า.. แล้วในที่สุด เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ก็นับเป็นวันที่ฤกษ์ดีวันหนึ่ง

วันที่แผ่นคอนเสิร์ตแผ่นนั้นได้ถูกดู..   😛

 

และแล้วเราก็ได้ค้นพบว่า.. คอนเสิร์ตประภาส ไม่ได้แก่อย่างที่คิด!

อาจจะถูกตรงที่ศิลปินแต่ละคนที่มาในครั้งนี้ล้วนแต่อายุไม่น้อยทั้งสิ้น

แต่เพลงแต่ละเพลงที่เล่นในงานกลับน่าดึงดูดใจอย่างประหลาด

ดนตรีที่แสดงในครั้งนั้นน่าจะประทับใจคนดูได้ ตั้งแต่เด็กตัวน้อยจนถึงผู้ใหญ่ตัวโต

 

สำหรับเราแล้ว คิดว่าสิ่งที่น่าประทับใจจริงๆของคอนเสิร์ตนี้ก็คือ..

การนำเสนอเพลงในรูปแบบที่แตกต่างไปจากการร้องเพลงธรรมดาๆ เช่น

– ต้นชบากับคนตาบอด

ที่ให้ผู้ชมนั่งท่ามกลางความมืดมิด แล้วค่อยๆเปิดไฟเป็นกลุ่มเล็กๆ ให้ความรู้สึกราวกับว่าเราเป็นคนตาบอดที่มองเห็นสิ่งสวยงามได้ด้วยจิตใจ ไม่ใช่ดวงตา

– อยากมีหมอน

เพลงที่มีการร้องสลับกับการพูด เป็นเพลงที่เชยมากแต่ก็สนุกมาก เพราะมีคนแก่ๆสองคนมาแร๊พโต้ตอบกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ถ้าดูแล้วจะรู้ว่า..คุณปู่ก็แร็พโย่วได้ไม่แพ้วัยรุ่นเหมือนกัน  😉 

– นิทานหิ่งห้อย

ดีเจบ๊อบบี้เก่งมาก!! เราไม่รู้หรอกว่าเค้าคือใคร แต่เค้า ‘เล่า’ เพลงได้น่าฟังจริงๆ เพลงนี้น่าจะทำให้หลายๆคนรู้สึกเหมือนตัวเองกลับกลายเป็นเด็กน้อยที่นอนรอฟังนิทานก่อนนอนได้เลยล่ะ   >. <

และมีเพลงอื่นๆอีกมากมายที่น่าประทับใจ นักร้องเสียงดีมาก ฟังแล้วซาบซึ้ง

เพลงแต่ละเพลง ซ่อนความหมายที่ดี ลึกซึ้ง และแอบให้ข้อคิด

พิธีกรก็แปลกดี เนิบนาบ ต่างจากพิธีกรในคอนเสิร์ตทั่วไปอย่างสิ้นเชิง

เอาเป็นว่า.. ที่บ่นๆมาเนี่ย อยากให้ไปหาคอนเสิร์ตเพลงแบบประภาสมาดูกันละกัน

จบข่าว! 😛

เมื่อสองสามวันก่อนได้ไปเที่ยวกับเพื่อนๆที่อัมพวา จังหวัดสมุทรสาคร

จุดประสงค์หลักของการเดินทางครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นการได้พบปะกันระหว่างเพื่อนฝูงและการได้ไปชม ‘หิ่งห้อย’

กรี๊ดกร๊าด  >W<

 

เรือสองลำพาพวกเราล่องไปตาม ‘คลองผีหลอก’ เพื่อไปชมหิ่งห้อย

ดูจากชื่อคลอง หลายคนคงคิดว่าบรรยากาศคงน่ากลัวพิลึก

เปล่าเลย.. บรรยากาศตอนนั้นแอบโรแมนติก  > // /  <

สาเหตุคงเป็นเพราะเพื่อนคนนึงในกลุ่มเปิดเพลงแจ๊ซคลอเบาๆ ประกอบกับแสงจากหิ่งห้อยที่ส่องระยิบระยับท่ามกลางความมืดอย่างพร้อมเพรียงกัน

.. น่าประทับใจดี  ^^

ขณะที่เรือล่องไป เราก็คิดในใจเงียบๆถึงความเชื่อที่เคยได้ยินมาว่า.. ถ้าเราสามารถจับหิ่งห้อยได้ ความรักของเราก็จะสมหวัง

ระหว่างที่คิดอยู่นั้น ก็มีหิ่งห้อยตัวนึงบินลงมาดื่มน้ำ ทุกคนต่างตื่นเต้นกับภาพที่เห็น

สักพัก หิ่งห้อยตัวนั้นก็ค่อยๆบินมาใกล้ๆ ห่างจากเรือแค่ฟุตเดียวเท่านั้น! แต่ยังไม่ทันจะได้เอื้อมมือไปจับ มันก็บินจากไปซะแล้ว..

 

หรือว่าบางที เจ้าหิ่งห้อยตัวนั้นมันจะพยายามบอกอะไรบางอย่างกับเรานะ..?

 

Advertisements