You are currently browsing the category archive for the 'แอบบ่น' category.
เมื่อวานไปเดินแถวเยาวราชเป็นเพื่อนคุณแม่สุดที่รักมา
เผอิญเหลือบไปเห็นร้านนึงที่มีคนหลายคนนั่งหน้าขาวอยู่บนเก้าอี้
ด้วยความประหลาดใจก็เลยหยุดดูซะหน่อย
พอยืนๆดูถามๆคุยๆกับเจ้าของร้าน เค้าก็อธิบายว่า..
มันคือการใช้เส้นด้ายถอนขนบนใบหน้า หรือที่เรียกกันว่า Mang-Ming
ออกเสียงเป็นภาษาไทยว่า หมังหมิ่ง มังหมิ่ง หมั่งหมิ่ง หรืออะไรก็แล้วแต่
เป็นสูตรต้นตำรับซูสีไทเฮาจากประเทศจีน ทำแล้วหน้าเนียนเกลี้ยง มีเลือดฝาด
และสรรพคุณอีกมากมายก่ายกองที่สรรหามาบรรยายเพื่อล่อหลอกคุณลูกค้า
ยืนดูไปได้สักพัก แม่ก็บอกว่า.. เคยทำตอนจะแต่งงาน ดีมากเลย
ว่าแล้วแม่ก็เดินเข้าไปในร้าน จัดการบอกกับเจ้าของว่า.. 2 ที่!!
อ่าวเฮ้ย! คุณแม่คะ อยู่ดีๆทำไมบอกสองที? จะทำก็ทำไปคนเดียวสิ!
ถกเถียงกันอยู่แป๊บนึง ก็เลยยอมๆทำเป็นเพื่อนแม่ดู
และแล้วการใช้เส้นด้ายกำจัดขนก็เริ่มขึ้น
…
ตอนแรกสุด พนักงานก็เอาที่คาดผมและหวีสับมาจัดการเก็บผมเผ้าขึ้นไปให้เรียบร้อย
หลังจากนั้นก็ค่อยๆเอาแป้งก้อนๆ ลักษณะคล้ายกับดินสอพองมาทาจนหน้าขาววอกราวกับนักแสดงงิ้ว
ทีนี้พนักงานก็เริ่มเอาด้ายไปงับไว้ที่ปาก อ่านถูกแล้ว.. ที่ปาก!!
ตอนนั้นสิ่งที่คิดเข้ามาแวบแรกก็คือ.. กลัวว่าฟันของคุณพนักงานจะหลุดกระเด็นมาใส่หน้าของเราระหว่างทำ
พอนึกภาพแล้วก็ไม่อยากทำอะไรต่อ เลยหลับตาปี๋
แต่แล้วตาที่ปิดแน่นสนิทก็ต้องเบิกโพลง!! มันเจ็บมากกกกกกกก
เกือบกรี๊ดลั่นเยาวราชไปแล้ว ถ้าไม่คว้ามือแม่ที่นั่งอยู่ใกล้ๆมาบีบแน่นไว้ราวกับจะคลอดลูกซะก่อน
ตอนแรกไม่คิดว่ามันจะเจ็บฉิ-หายขนาดนี้ เห็นคนอื่นที่ทำอยู่นั่งหน้าตาเบิกบานราวกับไม่รู้สึกอะไร
แต่พระเจ้า!! มันเจ็บ จริงๆนะ T~T
สิบกว่านาทีผ่านไป..
เสร็จซะที!! รู้สึกดีใจเป็นที่สุด
พอเอากระจกมาส่องหน้าก็รู้สึกว่า…. ทาด๊า ไม่ค่อยรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง -_-”
หน้าอาจแดงขึ้นนิดหน่อย เนื่องจากโดนทึ้งมาเป็นเวลาสิบกว่านาทีติดกัน
จับแล้วก็รู้สึกเด้งดึ๋งๆขึ้น เพราะขนหายไปแล้ว
ประเด็นอยู่ที่ว่า.. พอคุณขนขึ้นมาใหม่อีกครั้ง มันจะดกดำรึเปล่าเนี่ยสิ!!
อันนี้ก็ต้องลุ้นกันต่อไป ~
เรื่องมีอยู่ว่า.. คอมพิวเตอร์แก่ๆที่บ้านพัง
แม่ก็เลยยกเลิกอินเตอร์เน็ต เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเงินโดยใช่เหตุ
เหตุการณ์นี้เกิดมาเป็นเดือนแล้ว แต่เนื่องจากไม่ได้กลับบ้านมาหลายเดือน ก็เลยไม่รู้
น่าอนาถใจใช้ได้ ~
ด้วยเหตุนี้ เราจึงดำเนินชีวิตโดยปราศจากอินเตอร์เน็ตมาเป็นเวลาเกือบหนึ่งอาทิตย์แล้ว!
จบ
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า..
บางทีเราก็ควรกลับบ้านให้บ่อยขึ้น
เบื่อมาก คำนี้
ใช้ให้มันน้อยๆแต่พอดี มันก็ไม่เป็นไร
แต่อย่าให้มากไป
.. มัน น่า เบื่อ ..
เห็นคำนี้ทีไร มักจะจินตนาการถึงหน้าของคู่สนทนาที่มองมาด้วยสายตาแปลกประหลาด
ประมาณว่า “เป็นอะไรของเธอน่ะ เธอบ้าไปแล้วรึเปล่า?”
บางทีก็คิดไปเองว่า คำๆนี้มีความหมายโดยนัยว่า “เราไม่อยากคุยกับเธอแล้ว”
แล้วยิ่งบางคน พูดคำนี้มันซะทุกประโยค
เห้ออ ~
บางที ลองเปลี่ยน ‘เหอๆ’ มาเป็น ‘ฮ่าๆ’ ดูบ้างก็คงดี
เผื่อมันจะทำให้คนหน้าบูดเปลี่ยนเป็นหน้ายิ้มได้
…
หรือบางทีเราจะมองโลกในแง่ร้ายเกินไป?
เหอๆ
