You are currently browsing the category archive for the 'แปลกใหม่' category.

นานแล้วที่เริ่มนอนดึกขึ้นเรื่อยๆ

นอนดึกมากมาตั้งแต่ยังเล็ก

นั่นคงเป็นส่วนนึงที่ทำให้ความสูงมันหยุดเพิ่มทั้งที่มันยังน้อยอยู่

เมื่อก่อนแค่นอนดึก เดี๋ยวนี้นอกจากนอนดึกแล้วยังนอนน้อย

ตั้งแต่เริ่มใช้ชีวิตมหาวิทยาลัยมา.. เวลาการนอนก็ค่อยๆเขยิบยืดออกไปทีละนิด

จากตีหนึ่ง เป็นตีสอง ไปตีสาม ยันตีสี่.. บางครั้งก็ตีห้าหรือเกือบหกโมงเช้า

ติดเป็นนิสัย เกิดเป็นความเคยชิน

แต่แล้ว!! ช่วงสองสามอาทิตย์ที่ผ่านมาก็เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้น

นอนดึกน้อยลง จากตีห้า เป็นตีสาม ไปตีสอง ถึงตีหนึ่ง

พักหลังๆมานี่ บางทีหลับตั้งแต่ประมาณเที่ยงคืนด้วยซ้ำ

จากคนที่ปลุกไม่ตื่น กลายมาเป็นคนที่ตื่นมาปลุกรูมเมทในตอนเช้า

นอนดึกน้อยลง ตื่นเช้ามากขึ้น

ถึงตอนนี้จะยังหลับหน้าคอมอยู่บ่อยๆ แต่คาดว่าต่อไปไม่นานคงมีสติพอที่จะเขยิบตัวไปนอนบนเตียงแทน

และอีกไม่นานเท่าไหร่.. การนอนของเราก็คงจะได้เหมือนปกติมนุษย์กับคนอื่นเค้าซะที

อะไรนะที่ทำให้นาฬิกาชีวิตของเราเริ่มเปลี่ยนไปอีกครั้ง?

ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามแต่.. ขอบคุณมาก*

คิกคิกคักคัก

^______^

เมื่อวานไปเดินแถวเยาวราชเป็นเพื่อนคุณแม่สุดที่รักมา

เผอิญเหลือบไปเห็นร้านนึงที่มีคนหลายคนนั่งหน้าขาวอยู่บนเก้าอี้

ด้วยความประหลาดใจก็เลยหยุดดูซะหน่อย

พอยืนๆดูถามๆคุยๆกับเจ้าของร้าน เค้าก็อธิบายว่า..

มันคือการใช้เส้นด้ายถอนขนบนใบหน้า หรือที่เรียกกันว่า Mang-Ming

ออกเสียงเป็นภาษาไทยว่า หมังหมิ่ง มังหมิ่ง หมั่งหมิ่ง หรืออะไรก็แล้วแต่

เป็นสูตรต้นตำรับซูสีไทเฮาจากประเทศจีน ทำแล้วหน้าเนียนเกลี้ยง มีเลือดฝาด

และสรรพคุณอีกมากมายก่ายกองที่สรรหามาบรรยายเพื่อล่อหลอกคุณลูกค้า

ยืนดูไปได้สักพัก แม่ก็บอกว่า..  เคยทำตอนจะแต่งงาน ดีมากเลย

ว่าแล้วแม่ก็เดินเข้าไปในร้าน จัดการบอกกับเจ้าของว่า.. 2 ที่!!

อ่าวเฮ้ย! คุณแม่คะ อยู่ดีๆทำไมบอกสองที? จะทำก็ทำไปคนเดียวสิ!

ถกเถียงกันอยู่แป๊บนึง ก็เลยยอมๆทำเป็นเพื่อนแม่ดู

และแล้วการใช้เส้นด้ายกำจัดขนก็เริ่มขึ้น

ตอนแรกสุด พนักงานก็เอาที่คาดผมและหวีสับมาจัดการเก็บผมเผ้าขึ้นไปให้เรียบร้อย

หลังจากนั้นก็ค่อยๆเอาแป้งก้อนๆ ลักษณะคล้ายกับดินสอพองมาทาจนหน้าขาววอกราวกับนักแสดงงิ้ว

ทีนี้พนักงานก็เริ่มเอาด้ายไปงับไว้ที่ปาก อ่านถูกแล้ว.. ที่ปาก!!

ตอนนั้นสิ่งที่คิดเข้ามาแวบแรกก็คือ.. กลัวว่าฟันของคุณพนักงานจะหลุดกระเด็นมาใส่หน้าของเราระหว่างทำ

พอนึกภาพแล้วก็ไม่อยากทำอะไรต่อ เลยหลับตาปี๋

แต่แล้วตาที่ปิดแน่นสนิทก็ต้องเบิกโพลง!! มันเจ็บมากกกกกกกก

เกือบกรี๊ดลั่นเยาวราชไปแล้ว ถ้าไม่คว้ามือแม่ที่นั่งอยู่ใกล้ๆมาบีบแน่นไว้ราวกับจะคลอดลูกซะก่อน

ตอนแรกไม่คิดว่ามันจะเจ็บฉิ-หายขนาดนี้ เห็นคนอื่นที่ทำอยู่นั่งหน้าตาเบิกบานราวกับไม่รู้สึกอะไร

แต่พระเจ้า!! มันเจ็บ จริงๆนะ  T~T

สิบกว่านาทีผ่านไป..

เสร็จซะที!! รู้สึกดีใจเป็นที่สุด

พอเอากระจกมาส่องหน้าก็รู้สึกว่า…. ทาด๊า ไม่ค่อยรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง  -_-”

หน้าอาจแดงขึ้นนิดหน่อย เนื่องจากโดนทึ้งมาเป็นเวลาสิบกว่านาทีติดกัน

จับแล้วก็รู้สึกเด้งดึ๋งๆขึ้น เพราะขนหายไปแล้ว

ประเด็นอยู่ที่ว่า.. พอคุณขนขึ้นมาใหม่อีกครั้ง มันจะดกดำรึเปล่าเนี่ยสิ!!

อันนี้ก็ต้องลุ้นกันต่อไป ~

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้มีโอกาสแวะเวียนเข้าไปในร้านทำผม

สาเหตุก็คงไม่ใช่อะไรไปได้นอกไปจาก ‘ไปทำผม’

ทำผมที่ว่านี้หมายถึงการให้ช่างเอากรรไกรมาแทะเล็มขูดกระชากบริเวณปลายผมจนทั่วศีรษะ

เพื่อปรับเปลี่ยนทรงผมจากทรงเก่าเป็นทรงใหม่ จนในที่สุดก็ได้ทรงผมม้าม้าออกมาเชยชม 

:)

 

และแล้ว.. เมื่อทรงผมใหม่ถูกเปิดเผยออกสู่สาธารณะชน

คำวิพากษ์วิจารณ์จากทั่วทุกสารทิศจากคนรู้จักรอบข้างก็มีเข้ามาเป็นระลอก

ทำให้เกิดความรู้สึกอยากเขียนบล็อกเก็บไว้เป็นอนุสรณ์ เผื่อวันไหนเบื่อๆกลับมาอ่านมันคงจะ.. ตลกดี!!

 

การเข้าร้านทำผมครั้งนี้ เป็นการเปลี่ยนแปลงหน้าม้าที่เคยปัดข้าง ให้มาเป็นหน้าม้าตรงดิ่งตั้งฉากกับพื้นโลก! แบบนี้

ตลกดี ที่การเปลี่ยนแปลงอันน้อยนิดกลับได้รับกระแสตอบรับมากมาย

ลองมาดูกันว่าเค้าว่าอย่างไรบ้าง..

“แจ้มิ้งค์คิดไงไปตัดทรงนี้เนี่ย ข้างหน้าโคตรเด๋อเลย มันอุบาทว์”

“ผมข้างหน้ามันแปลกๆ ไม่รู้ดิ.. ของคนอื่นเค้าไม่เป็นแบบนี้กัน”

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”

“เธอไปต่อผมมาป่ะเนี่ย”

“เราว่าทำผมทรงนี้แล้วเหมือนบัดดี้เราที่เกาหลี”

“ขอบอกตรงๆนะ เราว่ามันไม่เข้า”

“ว่าอย่างไร แม่นางคลีโอพัตรา”

“มิ้งกุจะนำเทรนด์ใหม่หรอ”

“ผมข้างหน้าตลกอ่ะ กล้าทำได้ไง”

“เราชอบผมทรงนี้ๆ น่ารักดี”

“ทรงผมเปรี้ยวนะเธอ”

“กี๊ดดดด เราชอบผมทรงนี้มากกกก”

“ใช่มิ้งค์ปะเนี่ย มิ้งค์เปลี่ยนไปๆๆ”

“ว้าวๆ มิ้งค์ตัดผมม้า”

“มิ้งตัดผมมาเหรอ..?”

“ไปทำไรกะผมมาเนี่ย ตลก มากกกกกก!!”

 

และคำวิจารณ์อื่นๆอีกมากโข แม้เจ้าตัวก็ไม่สามารถจำได้หมด

ใครอยากได้รับคำวิจารณ์เยอะๆ ก็ลองไปตัดดูนะทรงนี้ ใครเห็นเป็นต้องทักกันทุกคน :P

 

แต่จริงๆแล้ว ผมทรงนี้มันก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไปจากเดิมมาก วันไหนว่างๆเกิดอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งใหญ่ เราจะไปลองตัดผมสั้นดูบ้าง เผื่อมันจะจ๊าบสะใจแบบนี้!!

 

นี่แหละ.. ของจริง

เรื่องมีอยู่ว่า.. คอมพิวเตอร์แก่ๆที่บ้านพัง

แม่ก็เลยยกเลิกอินเตอร์เน็ต เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเงินโดยใช่เหตุ

เหตุการณ์นี้เกิดมาเป็นเดือนแล้ว แต่เนื่องจากไม่ได้กลับบ้านมาหลายเดือน ก็เลยไม่รู้

น่าอนาถใจใช้ได้ ~

ด้วยเหตุนี้ เราจึงดำเนินชีวิตโดยปราศจากอินเตอร์เน็ตมาเป็นเวลาเกือบหนึ่งอาทิตย์แล้ว!

จบ

 

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า..

บางทีเราก็ควรกลับบ้านให้บ่อยขึ้น ;)

ตื่นเต้น!!

เขียนอะไรดี?

กรี๊ดกร๊าด..

>_______<

ประเด็นมีอยู่ว่า..

เห็นชาวบ้านเค้าเขียนบล็อกกันเยอะแยะ

บางทีการเขียนบล็อกดูบ้างก็อาจดีเหมือนกัน

:)