You are currently browsing the category archive for the 'ดนตรี' category.
ช่วงนี้มีบางเรื่องรบกวนจิตใจของเราอยู่มาก
ส่วนนึงเป็นเพราะเราไม่เข้าใจการกระทำของคนบางคน
ไม่เข้าใจว่าทำไมเค้าถึงทำแบบนั้น
ทั้งๆที่ทำแบบนั้นมันผิดกับรอบข้างและคนใกล้ชิดของเค้าเอง
เราไม่สนิทกับคนคนนั้นมากพอที่จะไปเตือนเค้า
และเราก็เชื่อว่า ถึงเราจะเตือน เค้าก็คงไม่ฟังเราอยู่ดี
มันทำให้เราไม่พอใจ ไม่สบายใจ คิดมาก และเสียใจ
แต่หลังจากเมื่อวาน.. ตอนไปงานแฟตเฟสติวัล
งานที่มีวงดนตรีเจ๋งๆหลายวงมาเล่น และเข้าชมได้ด้วยบัตรราคาเพียง 300 บาท!
เรารู้สึกดีขึ้นมากกับเรื่องที่ทำเราเสียใจอยู่ตอนนั้น
เพลง ‘ก้อนหินก้อนนั้น’ ของ โรส ศิรินทิพย์
เพลงที่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้น..
เมื่อก่อนเราไม่ค่อยชอบเพลงนี้ซักเท่าไหร่
มันไม่ค่อยสดใส มันฟังแล้วไม่มีความสุข
ไม่น่าเชื่อว่าในท้ายที่สุด มันจะกลายมาเป็นเพลงที่ทำให้เรารู้สึกสดใสขึ้นมาได้
ท่อนหนึ่งของบทเพลงว่าเอาไว้ว่า..
ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ได้เท่ากับเธอทำตัวของเธอเอง
ให้เธอคิดเอาเอง ว่าชีวิตของเธอเป็นของใคร
ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ถ้าเธอไม่รับมันมาใส่ใจ
ถูกเขาทำร้าย เพราะใจเธอแบกรับมันเอง
…
ถูกเขาทำร้าย เพราะใจเธอรับไว้เอง
เพลงนี้ ทำให้เราตั้งคำถามกับตัวเองว่า..
มันดีแล้วเหรอ ถ้าเราจะไปแบกรับเรื่องราวของคนอื่น?
เราคิดว่า.. เราควรจะปล่อยวางกับเรื่องของคนคนนั้น
ดันทุรังจะคิดมากต่อไป ก็มีแต่จะทำร้ายตัวเองเปล่าๆ
แล้วเราก็รู้สึกดีขึ้น รู้สึก..ยิ้มออก
สบายใจจัง ~
ลาก่อนความรู้สึกแย่ๆจากคนคนนั้นที่รบกวนเวลามีความสุขของเราตั้งเกือบครึ่งอาทิตย์
ตอนนี้ถ้าใครกำลังรู้สึกไม่ดี ลองฟังเพลงนี้
อาจสบายใจขึ้นเหมือนเราก็ได้
เพลงจะเพราะหรือไม่เพราะ มันขึ้นกับอารมณ์ของคนฟัง ว่ามั้ย?
‘ดีวีดีบันทึกการแสดงสดคอนเสิร์ต เพลงแบบประภาส’
แผ่นคอนเสิร์ตที่โดนทิ้งให้อยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือเป็นเวลานานจนฝุ่นเกาะ
เพราะความขี้เกียจดู ประกอบกับความคิดที่ว่า ‘มันจะเป็นเพลงแนวคนแก่รึเปล่า?’
ทำให้การดูคอนเสิร์ตประภาสถูกผัดมาเรื่อยๆ จนเกือบ 2 เดือนได้
(น่าสงสารคุณเจ้าของคนที่ให้เรายืมแผ่นเนอะ)
เอาเป็นว่า.. แล้วในที่สุด เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ก็นับเป็นวันที่ฤกษ์ดีวันหนึ่ง
วันที่แผ่นคอนเสิร์ตแผ่นนั้นได้ถูกดู..
และแล้วเราก็ได้ค้นพบว่า.. คอนเสิร์ตประภาส ไม่ได้แก่อย่างที่คิด!
อาจจะถูกตรงที่ศิลปินแต่ละคนที่มาในครั้งนี้ล้วนแต่อายุไม่น้อยทั้งสิ้น
แต่เพลงแต่ละเพลงที่เล่นในงานกลับน่าดึงดูดใจอย่างประหลาด
ดนตรีที่แสดงในครั้งนั้นน่าจะประทับใจคนดูได้ ตั้งแต่เด็กตัวน้อยจนถึงผู้ใหญ่ตัวโต
สำหรับเราแล้ว คิดว่าสิ่งที่น่าประทับใจจริงๆของคอนเสิร์ตนี้ก็คือ..
การนำเสนอเพลงในรูปแบบที่แตกต่างไปจากการร้องเพลงธรรมดาๆ เช่น
- ต้นชบากับคนตาบอด
ที่ให้ผู้ชมนั่งท่ามกลางความมืดมิด แล้วค่อยๆเปิดไฟเป็นกลุ่มเล็กๆ ให้ความรู้สึกราวกับว่าเราเป็นคนตาบอดที่มองเห็นสิ่งสวยงามได้ด้วยจิตใจ ไม่ใช่ดวงตา
- อยากมีหมอน
เพลงที่มีการร้องสลับกับการพูด เป็นเพลงที่เชยมากแต่ก็สนุกมาก เพราะมีคนแก่ๆสองคนมาแร๊พโต้ตอบกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ถ้าดูแล้วจะรู้ว่า..คุณปู่ก็แร็พโย่วได้ไม่แพ้วัยรุ่นเหมือนกัน ;)
- นิทานหิ่งห้อย
ดีเจบ๊อบบี้เก่งมาก!! เราไม่รู้หรอกว่าเค้าคือใคร แต่เค้า ‘เล่า’ เพลงได้น่าฟังจริงๆ เพลงนี้น่าจะทำให้หลายๆคนรู้สึกเหมือนตัวเองกลับกลายเป็นเด็กน้อยที่นอนรอฟังนิทานก่อนนอนได้เลยล่ะ >. <
และมีเพลงอื่นๆอีกมากมายที่น่าประทับใจ นักร้องเสียงดีมาก ฟังแล้วซาบซึ้ง
เพลงแต่ละเพลง ซ่อนความหมายที่ดี ลึกซึ้ง และแอบให้ข้อคิด
พิธีกรก็แปลกดี เนิบนาบ ต่างจากพิธีกรในคอนเสิร์ตทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
เอาเป็นว่า.. ที่บ่นๆมาเนี่ย อยากให้ไปหาคอนเสิร์ตเพลงแบบประภาสมาดูกันละกัน
จบข่าว!
