You are currently browsing the category archive for the 'ความคิด' category.
อยากได้จักรยานซักคัน
จักรยานหนึ่งคันสามารถสร้างความสุขกับผู้หญิงอย่างน้อยหนึ่งคนได้มากอย่างน่าประหลาด
มันสามารถเป็นเพื่อนแก้เหงาได้ เพียงแค่เธอพามันไปตระเวนรอบๆมหาวิทยาลัยที่มีบรรยากาศสงบเงียบยามค่ำคืน
มันสามารถทำให้เธอมีความสุขจนอยากหยุดเวลาเอาไว้(ทั้งๆที่มันเป็นไปไม่ได้) ในเวลาที่เธอได้นั่งในตำแหน่งเบาะหลังโดยมีคนที่เธอรู้สึกดีด้วยนั่งอยู่ด้านหน้า และแอบหวังเล็กๆว่าซักวันเธอจะได้เปลี่ยนตำแหน่งกับเขาบ้าง
และการปั่นจักรยานก็สามารถทำให้เธอรู้สึกว่าชีวิตของเธอมีค่าขึ้นนิดหน่อย ในเวลาที่เธอได้ลากตัวเองออกจากหน้าคอมพิวเตอร์แล้วไปปั่นจักรยานมองดูความเป็นไปของโลกใบนี้
อยากเปลี่ยนกิจวัตรประจำวัน
รู้ตัวว่ากิจวัตรประจำวันที่ทำๆอยู่ทุกวันนี้ไม่ได้ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นเท่าไหร่นัก
อยากเปลี่ยนนะ แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มจากอะไร และจะเปลี่ยนไปทำอะไร (ข้ออ้าง)
… ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ แล้วเมื่อไหร่กันนะที่คำว่าอยากเปลี่ยนจะได้เปลี่ยนเป็นคำว่าเปลี่ยน
อยาก อยาก อยาก อยาก และหวังว่ามันจะไม่ได้หยุดลงที่แค่อยาก
นานแล้วที่เริ่มนอนดึกขึ้นเรื่อยๆ
นอนดึกมากมาตั้งแต่ยังเล็ก
นั่นคงเป็นส่วนนึงที่ทำให้ความสูงมันหยุดเพิ่มทั้งที่มันยังน้อยอยู่
เมื่อก่อนแค่นอนดึก เดี๋ยวนี้นอกจากนอนดึกแล้วยังนอนน้อย
ตั้งแต่เริ่มใช้ชีวิตมหาวิทยาลัยมา.. เวลาการนอนก็ค่อยๆเขยิบยืดออกไปทีละนิด
จากตีหนึ่ง เป็นตีสอง ไปตีสาม ยันตีสี่.. บางครั้งก็ตีห้าหรือเกือบหกโมงเช้า
ติดเป็นนิสัย เกิดเป็นความเคยชิน
แต่แล้ว!! ช่วงสองสามอาทิตย์ที่ผ่านมาก็เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้น
นอนดึกน้อยลง จากตีห้า เป็นตีสาม ไปตีสอง ถึงตีหนึ่ง
พักหลังๆมานี่ บางทีหลับตั้งแต่ประมาณเที่ยงคืนด้วยซ้ำ
จากคนที่ปลุกไม่ตื่น กลายมาเป็นคนที่ตื่นมาปลุกรูมเมทในตอนเช้า
นอนดึกน้อยลง ตื่นเช้ามากขึ้น
ถึงตอนนี้จะยังหลับหน้าคอมอยู่บ่อยๆ แต่คาดว่าต่อไปไม่นานคงมีสติพอที่จะเขยิบตัวไปนอนบนเตียงแทน
และอีกไม่นานเท่าไหร่.. การนอนของเราก็คงจะได้เหมือนปกติมนุษย์กับคนอื่นเค้าซะที
อะไรนะที่ทำให้นาฬิกาชีวิตของเราเริ่มเปลี่ยนไปอีกครั้ง?
ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามแต่.. ขอบคุณมาก*
คิกคิกคักคัก
^______^
มีจังหวัดนึงที่เราชอบมาก
ไม่ได้ชอบเพราะว่าที่นั่นสวยงาม เพราะว่ายังไม่เคยได้ไปที่นั่นเลยซักครั้ง
แต่ชอบเพราะคนจากจังหวัดนั้นต่างห่างล่ะ ชอบจริงๆ
คนสี่คนจากจังหวัดนั้น ทำให้เราประทับใจได้มากมายจริงๆ
คนที่หนึ่ง:
พี่สาวที่เป็นพี่เลี้ยงค่ายที่แสนใจดี
เป็นคนที่ทำให้เราประทับใจและรู้สึกดีกับโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ได้มากมายจนตัดสินใจเข้าเรียนที่นั่นในที่สุด
ต้องขอบคุณพี่สาวที่แสนดี ที่ทำให้เราได้รับอะไรดีดีอีกมากจากโรงเรียนแห่งนั้น
^_____^
คนที่สอง:
เธอคือหนึ่งในรูมเมทของเราเมื่อตอนสมัยมัธยมปลาย..
เป็นรูมเมทที่ช่างรู้ใจ รูมเมทที่คอยห่วงใย และคอยใส่ใจนางสาวจอมเรื่องมากอย่างเรา
รักรูมเมทคนนี้ม๊ากมากจริงๆ
คนที่สาม:
รุ่นน้องที่โรงเรียนคนนึง คนที่มีรอยยิ้มที่น่าประทับใจมากที่สุด
เป็นบุคคลที่ชอบทำหน้าตาเรียบเฉย แต่เมื่อยิ้มแล้วกลับทำให้หัวใจของใครบางคนเต้นโครมครามได้อย่างไม่รู้จักเหนื่อย
ประหลาดดีแฮะ…
คนสุดท้าย:
คนที่ทำให้ชีวิตของเราได้พบกับสิ่งดีดีเยอะแยะ
คนที่ทำให้เราเลิกใช้ภาษาวิบัติได้อย่างเด็ดขาด
คนที่ทำให้เราได้รู้จักสังคมออนไลน์ดีดี
คนที่ทำให้เรารู้สึกดีกับสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธรมากขึ้น
คนที่ทำให้เราตัดสินใจลงมือทำหลายๆอย่างที่อยากทำแต่ไม่คิดที่จะลงมือทำซักที
คนที่ทำให้รอยยิ้มผุดบนใบหน้าของเราได้เสมอๆ
ขอบคุณนะคะ
รักคนจังหวัดนี้ที่สุดเลยยยยย
^_________________^
จังหวัดอะไรนะ ลองทายดูสิ
ปีสองพันเก้า ตั้งใจเอาไว้ว่า
-
จะประหยัดให้มากขึ้น เก็บตังไปแบ็คแพ็ค
-
ตั้งใจเรียนภาษาญี่ปุ่นจนผ่านเลเวลแรกให้ได้
-
นอนให้เร็วขึ้น ตื่นให้เช้าขึ้น(เริ่มจาก.. นอนไม่เกินตีสี่ครึ่งละกัน)
-
คิดมากให้น้อยลง ใส่ใจดูแลตัวเองมากขึ้น
-
ทำสิ่งต่างๆให้เต็มความสามารถมากกว่านี้
-
ทำหลายๆอย่างตามที่วางแผนเอาไว้ให้ได้
-
ออกกำลังกายบ้าง
-
กินขนมยามดึกให้น้อยลง!! เลิกได้ยิ่งดี
-
ให้สังคมให้มากขึ้น
แล้วสิ้นปีจะมาดู ว่าที่เขียนๆไปเนี่ย ทำสำเร็จไปกี่ข้อ
ช่วงนี้มีบางเรื่องรบกวนจิตใจของเราอยู่มาก
ส่วนนึงเป็นเพราะเราไม่เข้าใจการกระทำของคนบางคน
ไม่เข้าใจว่าทำไมเค้าถึงทำแบบนั้น
ทั้งๆที่ทำแบบนั้นมันผิดกับรอบข้างและคนใกล้ชิดของเค้าเอง
เราไม่สนิทกับคนคนนั้นมากพอที่จะไปเตือนเค้า
และเราก็เชื่อว่า ถึงเราจะเตือน เค้าก็คงไม่ฟังเราอยู่ดี
มันทำให้เราไม่พอใจ ไม่สบายใจ คิดมาก และเสียใจ
แต่หลังจากเมื่อวาน.. ตอนไปงานแฟตเฟสติวัล
งานที่มีวงดนตรีเจ๋งๆหลายวงมาเล่น และเข้าชมได้ด้วยบัตรราคาเพียง 300 บาท!
เรารู้สึกดีขึ้นมากกับเรื่องที่ทำเราเสียใจอยู่ตอนนั้น
เพลง ‘ก้อนหินก้อนนั้น’ ของ โรส ศิรินทิพย์
เพลงที่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้น..
เมื่อก่อนเราไม่ค่อยชอบเพลงนี้ซักเท่าไหร่
มันไม่ค่อยสดใส มันฟังแล้วไม่มีความสุข
ไม่น่าเชื่อว่าในท้ายที่สุด มันจะกลายมาเป็นเพลงที่ทำให้เรารู้สึกสดใสขึ้นมาได้
ท่อนหนึ่งของบทเพลงว่าเอาไว้ว่า..
ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ได้เท่ากับเธอทำตัวของเธอเอง
ให้เธอคิดเอาเอง ว่าชีวิตของเธอเป็นของใคร
ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ถ้าเธอไม่รับมันมาใส่ใจ
ถูกเขาทำร้าย เพราะใจเธอแบกรับมันเอง
…
ถูกเขาทำร้าย เพราะใจเธอรับไว้เอง
เพลงนี้ ทำให้เราตั้งคำถามกับตัวเองว่า..
มันดีแล้วเหรอ ถ้าเราจะไปแบกรับเรื่องราวของคนอื่น?
เราคิดว่า.. เราควรจะปล่อยวางกับเรื่องของคนคนนั้น
ดันทุรังจะคิดมากต่อไป ก็มีแต่จะทำร้ายตัวเองเปล่าๆ
แล้วเราก็รู้สึกดีขึ้น รู้สึก..ยิ้มออก
สบายใจจัง ~
ลาก่อนความรู้สึกแย่ๆจากคนคนนั้นที่รบกวนเวลามีความสุขของเราตั้งเกือบครึ่งอาทิตย์
ตอนนี้ถ้าใครกำลังรู้สึกไม่ดี ลองฟังเพลงนี้
อาจสบายใจขึ้นเหมือนเราก็ได้
เพลงจะเพราะหรือไม่เพราะ มันขึ้นกับอารมณ์ของคนฟัง ว่ามั้ย?
