‘โตเกียวไม่มีขา’ – นิ้วกลม หนังสือในเครือ a book
หนังสือเล่มหนึ่งที่ฉันได้ซื้อมาครอบครองเมื่อหลายปีมาแล้ว
ด้วยเหตุที่ว่ากำลังจะเดินทางไปญี่ปุ่นในเวลาอันใกล้
ประกอบกับความว่างงานมหาศาลจึงเป็นฤกษ์งามที่หนังสือเล่มนั้นได้ถูกขุดจากกองหนังสือยักษ์ใหญ่ที่ยังอ่านไม่จบ(ซะที)
หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับเรื่องราว การท่องเที่ยวของเพื่อนชายผู้สนิทกันสองคน (ไม่เกี่ยวกับเกย์แต่อย่างใด)
ณ โตเกียว ด้วยงบกระจิ๊ดริด
เปล่า.. ไม่ได้จะมารีวิวหนังสือ
มาบันทึกความรู้สึกและความคิดบางอย่างของตัวเองต่างหาก
“ทำงานหนักไปไม่ใช่เรื่องที่ดี แต่งานที่ทำหนักๆ เป็นสิ่งที่ตัวเองรักหรือเปล่า อย่างพ่อก็เหนื่อยที่ต้องทำอาหารทุกวัน และต้องทำให้อร่อยด้วย ต้องทำให้ดีที่สุด แต่มันก็มีความสุขเพราะได้ทำในสิ่งที่เราชอบ”
ถ้าทำงานในสิ่งที่เราไม่ชอบล่ะครับ
“ถ้า ไม่ชอบก็น่าจะลาออก เพราะมันเท่ากับว่าเราทนทำไปแบบไม่เต็มที่ เท่ากับว่าเราไม่ซื่อสัตย์ต่ออาชีพของเรา ไม่ซื่อตรงต่อตัวเอง แล้วยังไม่ซื่อต่อออฟฟิศที่เราทำงานอยู่ด้วย”
“อย่าบ่น ถ้าไม่ชอบก็ลาออก ไม่ใช่มานั่งด่าบริษัท”
จากตอน โอโตซัง (สังคม ปรัชญา สาเก) หน้า 338, โตเกียวไม่มีขา – นิ้วกลม
มันทำให้คำถามที่เคยครุกรุ่นในใจอยู่ช่วงหนึ่ง กระโดดออกมาอีกครั้ง
‘แล้วอะไรคือสิ่งที่ฉันรัก? รักมาก..ขนาดที่จะอยู่กับมันได้ไปอีกนาน’
อยู่บนโลกใบนี้มาเกิน 20 ปีแล้ว
แต่ เฮ้ย! ยังไม่เจอมันเลย
เคยตั้งใจขบคิด ทบทวน คิดแล้วคิดอีก คิดอีกที ถามอีกครั้งแต่คำตอบมันก็ไม่ได้ลอยออกมาตรงหน้า
สุดท้ายก็เหนื่อย แล้วก็เลิกถามตัวเองไปซะดื้อๆ
ครั้งนี้ จะไม่คอยถามตัวเองซ้ำๆแบบนั้นอีก
มันเกือบจะเรียกได้ว่าเปล่าประโยชน์
มีแต่จะทำให้ความเครียดพุ่งขึ้นรวดเร็วยิ่งกว่ารถไฟเหาะ
มีเวลาอีกไม่กี่สิบปีก่อนตาย (หรืออาจน้อยกว่านั้น)
ใช้ชีวิตให้เต็มที่ที่สุด ขณะที่ข้างในก็แอบชิลรอคุณความหวังพาคำตอบนั้นมาให้
ถ้าเจอ: นั่นคงเป็นกำไรของชีวิต คุ้ม! ที่เกิดมา
แต่ถ้าไม่: จะได้เห็นว่าชีวิตที่ใช้ไป คุ้มค่า ไม่แพ้กัน

Leave a comment
Comments feed for this article