You are currently browsing the monthly archive for October, 2008.

‘ดีวีดีบันทึกการแสดงสดคอนเสิร์ต เพลงแบบประภาส’

แผ่นคอนเสิร์ตที่โดนทิ้งให้อยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือเป็นเวลานานจนฝุ่นเกาะ

เพราะความขี้เกียจดู ประกอบกับความคิดที่ว่า ‘มันจะเป็นเพลงแนวคนแก่รึเปล่า?’

ทำให้การดูคอนเสิร์ตประภาสถูกผัดมาเรื่อยๆ จนเกือบ 2 เดือนได้

(น่าสงสารคุณเจ้าของคนที่ให้เรายืมแผ่นเนอะ)

เอาเป็นว่า.. แล้วในที่สุด เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ก็นับเป็นวันที่ฤกษ์ดีวันหนึ่ง

วันที่แผ่นคอนเสิร์ตแผ่นนั้นได้ถูกดู..   :P

 

และแล้วเราก็ได้ค้นพบว่า.. คอนเสิร์ตประภาส ไม่ได้แก่อย่างที่คิด!

อาจจะถูกตรงที่ศิลปินแต่ละคนที่มาในครั้งนี้ล้วนแต่อายุไม่น้อยทั้งสิ้น

แต่เพลงแต่ละเพลงที่เล่นในงานกลับน่าดึงดูดใจอย่างประหลาด

ดนตรีที่แสดงในครั้งนั้นน่าจะประทับใจคนดูได้ ตั้งแต่เด็กตัวน้อยจนถึงผู้ใหญ่ตัวโต

 

สำหรับเราแล้ว คิดว่าสิ่งที่น่าประทับใจจริงๆของคอนเสิร์ตนี้ก็คือ..

การนำเสนอเพลงในรูปแบบที่แตกต่างไปจากการร้องเพลงธรรมดาๆ เช่น

- ต้นชบากับคนตาบอด

ที่ให้ผู้ชมนั่งท่ามกลางความมืดมิด แล้วค่อยๆเปิดไฟเป็นกลุ่มเล็กๆ ให้ความรู้สึกราวกับว่าเราเป็นคนตาบอดที่มองเห็นสิ่งสวยงามได้ด้วยจิตใจ ไม่ใช่ดวงตา

- อยากมีหมอน

เพลงที่มีการร้องสลับกับการพูด เป็นเพลงที่เชยมากแต่ก็สนุกมาก เพราะมีคนแก่ๆสองคนมาแร๊พโต้ตอบกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ถ้าดูแล้วจะรู้ว่า..คุณปู่ก็แร็พโย่วได้ไม่แพ้วัยรุ่นเหมือนกัน  ;) 

- นิทานหิ่งห้อย

ดีเจบ๊อบบี้เก่งมาก!! เราไม่รู้หรอกว่าเค้าคือใคร แต่เค้า ‘เล่า’ เพลงได้น่าฟังจริงๆ เพลงนี้น่าจะทำให้หลายๆคนรู้สึกเหมือนตัวเองกลับกลายเป็นเด็กน้อยที่นอนรอฟังนิทานก่อนนอนได้เลยล่ะ   >. <

และมีเพลงอื่นๆอีกมากมายที่น่าประทับใจ นักร้องเสียงดีมาก ฟังแล้วซาบซึ้ง

เพลงแต่ละเพลง ซ่อนความหมายที่ดี ลึกซึ้ง และแอบให้ข้อคิด

พิธีกรก็แปลกดี เนิบนาบ ต่างจากพิธีกรในคอนเสิร์ตทั่วไปอย่างสิ้นเชิง

เอาเป็นว่า.. ที่บ่นๆมาเนี่ย อยากให้ไปหาคอนเสิร์ตเพลงแบบประภาสมาดูกันละกัน

จบข่าว! :P

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้มีโอกาสแวะเวียนเข้าไปในร้านทำผม

สาเหตุก็คงไม่ใช่อะไรไปได้นอกไปจาก ‘ไปทำผม’

ทำผมที่ว่านี้หมายถึงการให้ช่างเอากรรไกรมาแทะเล็มขูดกระชากบริเวณปลายผมจนทั่วศีรษะ

เพื่อปรับเปลี่ยนทรงผมจากทรงเก่าเป็นทรงใหม่ จนในที่สุดก็ได้ทรงผมม้าม้าออกมาเชยชม 

:)

 

และแล้ว.. เมื่อทรงผมใหม่ถูกเปิดเผยออกสู่สาธารณะชน

คำวิพากษ์วิจารณ์จากทั่วทุกสารทิศจากคนรู้จักรอบข้างก็มีเข้ามาเป็นระลอก

ทำให้เกิดความรู้สึกอยากเขียนบล็อกเก็บไว้เป็นอนุสรณ์ เผื่อวันไหนเบื่อๆกลับมาอ่านมันคงจะ.. ตลกดี!!

 

การเข้าร้านทำผมครั้งนี้ เป็นการเปลี่ยนแปลงหน้าม้าที่เคยปัดข้าง ให้มาเป็นหน้าม้าตรงดิ่งตั้งฉากกับพื้นโลก! แบบนี้

ตลกดี ที่การเปลี่ยนแปลงอันน้อยนิดกลับได้รับกระแสตอบรับมากมาย

ลองมาดูกันว่าเค้าว่าอย่างไรบ้าง..

“แจ้มิ้งค์คิดไงไปตัดทรงนี้เนี่ย ข้างหน้าโคตรเด๋อเลย มันอุบาทว์”

“ผมข้างหน้ามันแปลกๆ ไม่รู้ดิ.. ของคนอื่นเค้าไม่เป็นแบบนี้กัน”

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”

“เธอไปต่อผมมาป่ะเนี่ย”

“เราว่าทำผมทรงนี้แล้วเหมือนบัดดี้เราที่เกาหลี”

“ขอบอกตรงๆนะ เราว่ามันไม่เข้า”

“ว่าอย่างไร แม่นางคลีโอพัตรา”

“มิ้งกุจะนำเทรนด์ใหม่หรอ”

“ผมข้างหน้าตลกอ่ะ กล้าทำได้ไง”

“เราชอบผมทรงนี้ๆ น่ารักดี”

“ทรงผมเปรี้ยวนะเธอ”

“กี๊ดดดด เราชอบผมทรงนี้มากกกก”

“ใช่มิ้งค์ปะเนี่ย มิ้งค์เปลี่ยนไปๆๆ”

“ว้าวๆ มิ้งค์ตัดผมม้า”

“มิ้งตัดผมมาเหรอ..?”

“ไปทำไรกะผมมาเนี่ย ตลก มากกกกกก!!”

 

และคำวิจารณ์อื่นๆอีกมากโข แม้เจ้าตัวก็ไม่สามารถจำได้หมด

ใครอยากได้รับคำวิจารณ์เยอะๆ ก็ลองไปตัดดูนะทรงนี้ ใครเห็นเป็นต้องทักกันทุกคน :P

 

แต่จริงๆแล้ว ผมทรงนี้มันก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไปจากเดิมมาก วันไหนว่างๆเกิดอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งใหญ่ เราจะไปลองตัดผมสั้นดูบ้าง เผื่อมันจะจ๊าบสะใจแบบนี้!!

 

นี่แหละ.. ของจริง

เมื่อสองสามวันก่อนได้ไปเที่ยวกับเพื่อนๆที่อัมพวา จังหวัดสมุทรสาคร

จุดประสงค์หลักของการเดินทางครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นการได้พบปะกันระหว่างเพื่อนฝูงและการได้ไปชม ‘หิ่งห้อย’

กรี๊ดกร๊าด  >W<

 

เรือสองลำพาพวกเราล่องไปตาม ‘คลองผีหลอก’ เพื่อไปชมหิ่งห้อย

ดูจากชื่อคลอง หลายคนคงคิดว่าบรรยากาศคงน่ากลัวพิลึก

เปล่าเลย.. บรรยากาศตอนนั้นแอบโรแมนติก  > // /  <

สาเหตุคงเป็นเพราะเพื่อนคนนึงในกลุ่มเปิดเพลงแจ๊ซคลอเบาๆ ประกอบกับแสงจากหิ่งห้อยที่ส่องระยิบระยับท่ามกลางความมืดอย่างพร้อมเพรียงกัน

.. น่าประทับใจดี  ^^

ขณะที่เรือล่องไป เราก็คิดในใจเงียบๆถึงความเชื่อที่เคยได้ยินมาว่า.. ถ้าเราสามารถจับหิ่งห้อยได้ ความรักของเราก็จะสมหวัง

ระหว่างที่คิดอยู่นั้น ก็มีหิ่งห้อยตัวนึงบินลงมาดื่มน้ำ ทุกคนต่างตื่นเต้นกับภาพที่เห็น

สักพัก หิ่งห้อยตัวนั้นก็ค่อยๆบินมาใกล้ๆ ห่างจากเรือแค่ฟุตเดียวเท่านั้น! แต่ยังไม่ทันจะได้เอื้อมมือไปจับ มันก็บินจากไปซะแล้ว..

 

หรือว่าบางที เจ้าหิ่งห้อยตัวนั้นมันจะพยายามบอกอะไรบางอย่างกับเรานะ..?

 

เรื่องมีอยู่ว่า.. คอมพิวเตอร์แก่ๆที่บ้านพัง

แม่ก็เลยยกเลิกอินเตอร์เน็ต เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเงินโดยใช่เหตุ

เหตุการณ์นี้เกิดมาเป็นเดือนแล้ว แต่เนื่องจากไม่ได้กลับบ้านมาหลายเดือน ก็เลยไม่รู้

น่าอนาถใจใช้ได้ ~

ด้วยเหตุนี้ เราจึงดำเนินชีวิตโดยปราศจากอินเตอร์เน็ตมาเป็นเวลาเกือบหนึ่งอาทิตย์แล้ว!

จบ

 

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า..

บางทีเราก็ควรกลับบ้านให้บ่อยขึ้น ;)

เบื่อมาก คำนี้

ใช้ให้มันน้อยๆแต่พอดี มันก็ไม่เป็นไร

แต่อย่าให้มากไป

.. มัน น่า เบื่อ ..

 

เห็นคำนี้ทีไร มักจะจินตนาการถึงหน้าของคู่สนทนาที่มองมาด้วยสายตาแปลกประหลาด

ประมาณว่า “เป็นอะไรของเธอน่ะ เธอบ้าไปแล้วรึเปล่า?”

บางทีก็คิดไปเองว่า คำๆนี้มีความหมายโดยนัยว่า “เราไม่อยากคุยกับเธอแล้ว”

แล้วยิ่งบางคน พูดคำนี้มันซะทุกประโยค

เห้ออ ~

 

บางที ลองเปลี่ยน ‘เหอๆ’ มาเป็น ‘ฮ่าๆ’ ดูบ้างก็คงดี

เผื่อมันจะทำให้คนหน้าบูดเปลี่ยนเป็นหน้ายิ้มได้  :)

 

 

หรือบางทีเราจะมองโลกในแง่ร้ายเกินไป?

เหอๆ

ตื่นเต้น!!

เขียนอะไรดี?

กรี๊ดกร๊าด..

>_______<

ประเด็นมีอยู่ว่า..

เห็นชาวบ้านเค้าเขียนบล็อกกันเยอะแยะ

บางทีการเขียนบล็อกดูบ้างก็อาจดีเหมือนกัน

:)